เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

เชสเตอร์กริลล์ มาแล้ววว

| หมวดโครงการเกิดใหม่ | ichumphae
TONKOK (TONKOK)
# โพสเมื่อ 25 ก.ค. 2556
© เนื้อหานี้ ผู้โพสสร้างสรรค์เอง ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 2564 (2 ต่อวัน) ตอบ 6 ถูกใจ ถูกใจ 0

เชสเตอร์กริลล์ มาแล้ววว

ที่ปั้ม ป.ต.ท. ใหญ่นะครับ ตอนนี้กำลังตกแต่งร้านอยู่

ไอชุมแพ-เชสเตอร์กริลล์ มาแล้ววว-1

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร สังคมออนไลน์ชุมแพ คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

1
Tommy (ทอมมี่)
# โพสเมื่อ 25 ก.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
ผมอดกินตามเคย
teera2609 (55)
# โพสเมื่อ 26 ก.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
หิวรอเลยคับ
Tommy (ทอมมี่)
# โพสเมื่อ 26 ก.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
เศรษฐกิจชะลอตัว กลายเป็นโอกาสดีของ "เชสเตอร์ กริลล์" ที่หันมาปรับการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร บนเป้าหมายสู่เบอร์4 กลุ่มฟาสต์ฟู้ดใน 5 ปี

หลังจากที่แผนการขยายสาขาในต่างประเทศต้องพับไป เพราะพิษเศรษฐกิจ สุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เชสเตอร์ ฟูด จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูดจานด่วนอย่าง”เชสเตอร์ กริลล์” บอกว่า จะอาศัยจังหวะนี้ปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร และปรับแผนดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายว่า ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ เชสเตอร์ กริลล์ จะต้องเป็นแบรนด์ที่รั้งอันดับที่ 4 ในกลุ่มอาหารฟาสต์ฟูดให้ได้

จากปัจจุบันที่เพิ่งจะเบียดคู่แข่งรายอื่นๆ จากแบรนด์อัน 9 มาเป็นแบรนด์อันดับ 7 ในปี 2552 ตามการจัดอันดับของนิตยสาร "Brand Age"

โดยในส่วนของแผนการดำเนินงาน เชสเตอร์ กริลล์ จะหันมาทำการตลาดในประเทศมากขึ้น โดยมุ่งไปที่การขายแฟรนไชน์ และเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น เพื่อให้สินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมๆไปกับการปรับปรุงการทำงานภายในองค์กร ให้ครอบคลุมด้านการบริหารและพนักงาน หลังจากก่อนหน้านี้มีแผนจะเข้าไปบุกตลาดเอเชีย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม แต่ต้องชะลอโครงการออกไป 2-3 ปี หรือจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัว

นอกจากนี้ในปี 2552 เชสเตอร์ กริลล์ ได้จับมือกับกลุ่มบริษัทน้ำมันค่ายดังอย่าง ปตท. และ บางจาก เพื่อหวังจะขยายสาขาเพิ่มเติมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามเป้าหมายการขยายสาขา 20-25 แห่งในปีนี้

“ปีนี้เน้นขยายแฟรนไชน์มากกว่าที่จะทำเอง ซึ่งเป้าหมายคือ 20-25 แห่ง เพื่อดันยอดขายให้ขึ้นมาอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท หรือโตขึ้นราว 20% จากปีก่อนที่มียอดขายประมาณ 1,200  ล้านบาท โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดจะตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน จะมีเพียง 7 สาขาเท่านั้นที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า ซึ่งจะเป็นแรงผลักให้เราสามารถขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับ 4 ในกลุ่มฟาสต์ฟูดได้”

การขยายสาขาไปยังสถานีบริการน้ำมัน ถือเป็นความพยายามทำการตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกๆช่องทางที่มองเห็นเป็นโอกาสที่จะผลักดันยอดขาย นอกจากนี้หลังการเพิ่มสาขายังจะทำให้เชสเตอร์ กริล มีสัดส่วนการดำเนินธุรกิจผ่านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นจาก 60 % เป็น 70%

สุวัฒน์ ยังให้รายละเอียดว่า สาขาที่จะเปิดใหม่นี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.มากที่สุด โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันระดับพรีเมียมของปตท. (เจ็ท) สำหรับสถานีบริการน้ำมันบางจาก อยู่ในขั้นตอนของการเจรจาเรื่องค่าเช่า และเก็บข้อมูลจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการ คาดว่าในเร็วๆ นี้จะได้ข้อสรุป

ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เชสเตอร์ กริลล์ หันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มสาขาในสถานีบริการน้ำมัน แทนที่จะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เนื่องจากเห็นว่า ในปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันปรับตัวไปมาก ไม่ได้ให้บริการเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว ขณะที่รูปลักษณ์ก็มีความทันสมัยมากขึ้น ประกอบกับคนที่เข้ามาใช้บริการก็มีทั้งกลุ่มครอบครัว กลุ่มวัยรุ่น ซึ่งตรงกลุ่มเป้าหมายของเชสเตอร์ กริลล์

นอกจากนี้ ยังใช้เม็ดเงินลงทุนต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบการลงทุนในศูนย์การค้าซึ่งจะต้องใช้เงินราว ๆ  5 ล้านบาทต่อ 1 สาขา แต่ในสถานีบริการน้ำมันลงทุนเพียง 3 ล้านบาทต่อ 1 สาขาเท่านั้น ขณะที่ใช้ระยะเวลาคืนทุนเพียง 3 ปี กลายเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ดี

เขายังบอกอีกว่า ยอดขายโดยเฉลี่ยของสาขาที่ตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันจะเติบโตต่อเนื่องราวๆ 15% ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นปีแรกของการเปิดสาขาในสถานีบริการน้ำมัน ทำให้บริษัทคิดว่าที่นี่คือแหล่งรายได้ใหม่ แทนที่จะไปฟาดฟันแย่งลูกค้าตามห้างศูนย์การค้าเช่นที่ผ่านมา ซึ่งจบลงที่กลยุทธ์เดิมๆ นั่นคือ การตัดราคากันเอง

นอกจากการขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมัน ในลักษณะขายแฟรนไชส์แล้ว เชสเตอร์ กริลล์ ยังจะใช้กลยุทธ์ด้านอื่นๆ  เข้ามาเสริมเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ความคุ้มค่า" โดยเน้นที่เมนูข้าวเป็นหลัก แต่จะเพิ่มความหลากหลายของเมนู และปริมาณให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รู้สึกว่า "กินอิ่ม" คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 49 บาท

ขณะเดียวกันเชสเตอร์ กริลล์ ยังออกสตาร์ทในเรื่องของการอบรมบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Service Mind ในปี 2552 เป็นปีแรก

เขายังเห็นว่า การจะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่การสร้างความยอมรับในแบรนด์ (Brand Loyalty) มากกว่าจะใช้กลยุทธ์ด้านราคา

"ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่าย เรื่องราคา แต่เราก็ได้เห็นแล้วว่าไม่ได้ส่งผลดีกับลูกค้าในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดลูกค้าก็ไม่อยากใช้บริการเราอีก"

สุวัฒน์ ยังกล่าวถึงการแข่งขันในธุรกิจฟาสต์ฟูดในปัจจุบันว่า ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงมาก โดยก่อนหน้านี้จะใช้การตัดราคามาเป็นตัวดึงดูดความสนใจลูกค้า แต่ขณะนี้ราคาอาหารฟาสต์ฟูดส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ทำให้ต้องหันมาแข่งขันที่บริการ และการสรรหาเมนูอาหารใหม่ๆ มาเพื่อดึงดูดใจลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสแรกของปีนี้ เชสเตอร์ กริลล์ สามารถทำยอดขายได้ราวๆ 15-18% ขณะที่เป้าหมายการเติบโตของยอดขายทั้งปีตั้งไว้ที่ 20% โดยในปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 50 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้เป็นงบกระตุ้นการตลาด โดยในปัจจุบันเชสเตอร์ กริลล์ มีทั้งหมด 147  แห่ง

bangkokbiznews.com
หมีน้อย (หมี)
# โพสเมื่อ 29 ก.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
เย้ๆดีใจจัง
หญิง
# โพสเมื่อ 30 ก.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 1 ถูกใจ ถูกใจ 0
ปตท.ใหญ่คือที่ไหนค่ะ ทางไปคอนสารใช่ไหมค่ะ

TONKOK (TONKOK)
# โพสเมื่อ 31 ก.ค. 2556
ถูกใจ ถูกใจ 0
ใช่ครับ
Tommy (ทอมมี่)
# โพสเมื่อ 5 ส.ค. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
เปิดวันแรก วันที่ 8 ส.ค. 56 ครับ

เห็นติดป้ายทั่วเมืองชุมแพแล้วตอนนี้
1

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home