เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

แก้เจ็บคอ (รวบรวมไว้อ่าน)

| หัวข้อในหมวดเดียวกัน | ichumphae
Tommy
# โพสเมื่อ 19 ม.ย. 2553
© เนื้อหานี้ ผู้โพสคัดลอกมา ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 49896 (29 ต่อวัน) ตอบ 7 ถูกใจ ถูกใจ 2

แก้เจ็บคอ (รวบรวมไว้อ่าน)

วิตามินธรรมชาติ ลดอาการเจ็บคอโดยทั่วไป อาการเจ็บคอ (sore throat) อาจเกิดจากอาการของโรคภูมิแพ้ อาการทอนซิลอักเสบ การสัมผัสกับอากาศแห้งจัด รวมทั้งการสูดควันพิษ ซึ่งภายในลำคอจะเป็นสีแดงเรื่อ ทำให้รู้สึกระคายเคือง หรือสากคอ นอกจากนี้ อาการเจ็บคออาจทำให้ลำคออักเสบ โดยเริ่มจากด้านหลังของปาก ไปจนถึงหลอดอาหาร และอาจเป็นอาการแสดงเริ่มแรกของไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสเชื้อโรคโดยตรง ทั้งเสมหะ และน้ำลาย ซึ่งอาการเจ็บคอที่พบส่วนใหญ่มีสาเหตุดังนี้
? การติดเชื้อไวรัสคือ สาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บคอมากที่สุด โดยปกติถ้าร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้ ก็จะหายเป็นหวัดเองภายในหนึ่งสัปดาห์ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และน้ำมูกไหล นอกจากนี้ อาการเจ็บคออาจเกิดจากโรคปอดบวม จากเชื้อไวรัส หรือ โมโนนิวคลีโอซิส
? การติดเชื้อแบคทีเรียพบน้อยกว่าการติดเชื้อไวรัส แต่อาการอาจรุนแรงกว่ามาก ส่วนใหญ่จะแสดงอาการภายใน 2-7 วัน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 5-25 ปี จะติดเชื้อกันง่าย ทั้งทางน้ำมูก และเสมหะ นอกจากนี้ ยังติดต่อทางอาหาร นม และน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตค็อกคัส ซึ่งถ้าไม่รักษาให้ทันท่วงที เชื้อโรคอาจลุกลามไปทำลายหัวใจและไตอย่างถาวร


บาง คนที่มีอาการเจ็บคอ จนฝากล่องเสียงอักเสบ ช่องคอจะบวมมาก จนปิดทางเดินหายใจควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจติดเชื้อสเตร็ปโทรต และเมื่อมีอาการติดเชื้อซ้ำบ่อยๆ จนเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ เป็นไข้รูมาติกได้ ปรับตัวเพื่อลดเจ็บคอ
1. ดื่มน้ำมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า น้ำจะช่วยให้เสมหะเหนียวน้อยลง และขับออกง่ายขึ้น
2. ปรับ สภาพอากาศให้ชื้นขึ้นเล็กน้อย เช่น หาอ่างใส่น้ำมาวางบริเวณที่ร้อน หรือปลูกต้นไม้ในบ้าน เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศที่แห้ง จะช่วยให้เยื่อเมือกในช่องคอไม่แห้ง (เมื่อช่องคอแห้ง จะทำให้ระคายคอ และนอนไม่หลับ)
3. หลีกเลี่ยงควันและมลพิษต่างๆ งดสูบบุหรี่ รวมทั้งสารระเหยจากน้ำยาทำความสะอาดในบ้าน หรือสีทาบ้าน เพราะจะยิ่งทำให้เจ็บคอมากขึ้น
4. หลีก เลี่ยงอาหารก่อพิษ เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ อาหารที่มีน้ำตาลสูงจำพวกเค้ก ขนมหวาน เพราะจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบ และโรคติดเชื้ออื่นๆ อันเป็นสาเหตุของการเจ็บคอ
5. ใช้ เสียงให้น้อยลง เมื่ออาการเจ็บคอลุกลาม จนทำให้กล่องเสียงอักเสบ จนทำให้ระคายคอมากเวลาพูด หรือเสียงหายไปชั่วขณะ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความอบอุ่นกับร่างกายเยอะๆ
วิตามินธรรมชาติแก้อาการเจ็บคอ
1. เบต้าแคโรทีน มีมากในแครอท ฟักทอง ตำลึง แค กระเพา ขี้เหล็ก ผักเซียงดา ยอดฟักขาว ผักติ้ว และผักแต้ว เมื่อสารเบต้าแคโรทีนเข้าสู่ร่างกาย จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยทำให้เนื้อเยื่อของเมือกบุในลำคอ และทางเดินหายใจที่ต้องผลิตน้ำย่อยบ่อยๆ มีความแข็งแรง
2. วิตามินดี จากปลาที่มีไขมันมาก เช่น ปลาสวาย ปลาดุก ปลาช่อน ปลาจะละเม็ด ปลาซาบะ ปลาซาดีน ปลาแซลมอน และปลาทะเล เพราะวิตามินดีจากไขมันปลา จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อในลำคอ
3. วิตามินอี มีมากในผลอะโวคาโด และอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เพราะมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ที่ถูกเชื้อโรคทำลายให้แข็งแรง
4. วิตามินบีโดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของ เชื้ออะซิโดฟิลัส (acidophilus) เช่น โยเกิร์ต เพราะจะช่วยทดแทนแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินบีบางชนิด ที่ถูกยาปฏิชีวนะทำลายไป
ยาแก้เจ็บคอจากก้นครัว
? เกลือ เกลือที่เราใช้ปรุงอาหารเป็นยาแก้เจ็บคอได้เป็นอย่างดี โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำอุ่น 1 แก้ว ใช้อมกลั้วคอ หรือทำเป็นน้ำยาบ้วนปาก วันละ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการได้
? น้ำอุ่น ผสมน้ำอุ่น 1 แก้วกับน้ำมะนาว หรือน้ำส้มไซเดอร์แอปเปิ้ล 1 ช้อนชา ใช้กลั้วคอ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนผสมดังกล่าวมีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส



ผลไม้รสเปรี้ยวบรรเทาเจ็บคอ

อย่ามองข้ามผลไม้รสเปรี้ยวนะคะ เพราะกรดซีตริก (citric) ในรสเปรี้ยวมีสรรพคุณช่วยลดอาการเจ็บคอได้ดี และวิตามินซีจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และช่วยลดระยะเวลาในการเป็นหวัดให้สั้นลง ซึ่งผลไม้รสเปรี้ยวทีเราแนะนำมีดังนี้

? มะขามป้อม ใช้เนื้อผลแก่สดประมาณ 2-3 ผล โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยววันละ 3-4 ครั้ง วิตามินซี และรสเปรี้ยวอมฝาดในมะขามป้อม จะช่วยแก้หวัด ทำให้คอชุ่มชื่น แก้อาการคอแห้ง และแก้อาการเจ็บคอ
? มะนาว ใช้ ผลสดคั้นเอาแต่น้ำ แทรกเกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือ ใช้มะนาวครึ่งลูกบีบใส่น้ำอุ่นครึ่งแก้ว แล้วผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา วิตามินซี และรสเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยขับน้ำลาย ลดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุผิวภายในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งมีสรรพคุณบรรเทาอาการเจ็บคอ
? มะขาม ใช้เนื้อในฝักแก่ของมะขามเปรี้ยว หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือกินพอสมควร หรือจะคั้นเป็นน้ำมะขามแทรกเกลือเล็กน้อย และใช้จิบบ่อยๆ ก็ได้ เนื้อฝักแก่ รสเปรี้ยว ช่วยขับเสมหะ ทำให้คอชุ่มชื่น และแก้อาการเจ็บคอ 
? น้ำส้ม นำผลส้มประมาณ 3 ผล ล้างให้สะอาด คั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น 1/2 ช้อนชา จิบบ่อยๆเมื่อมีอาการ รสเปรี้ยวของส้มมีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ
? เสาวรส นำเสาวรสสุกประมาณ 2-3 ผล ล้างให้สะอาด ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนตักเมล็ดและส่วนที่เป็นน้ำสีส้มออกจากเนื้อผล คั้นกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง เพื่อแยกเอาเมล็ดและเส้นใยออก เติมน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสตามใจชอบ จิบเมื่อมีอาการ รสเปรี้ยวของเสาวรสมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ
กลุ่มเรื่อง #รักสุขภาพ

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร สังคมออนไลน์ชุมแพ คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

1
Tommy ♠ เจ้าของหัวข้อ
# โพสเมื่อ 19 ม.ย. 2553
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 1
อาการเจ็บคอVSยาแก้อักเสบ

สวัสดี ครับชาวโอเค ผมหมอทหารครับวันนี้อยากจะเล่าเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ และเป็นความเชื่อของใครหลายๆคนครับ หลายคนเมื่อมีอาการเจ็บคอ จะนึกถึงยาแก้อักเสบ บางคนจำชื่อได้แม่นเลยครับ เช่น อะมอคซี่ เชื่อว่าเจ็บคอหรือคออักเสบต้องกินยาแก้อักเสบจึงจะหาย??? บางคนก็บอกเนี่ยพอเราเริ่มเจ็บคอนะ ก็จะทานยาแก้อักเสบดักไว้ก่อนจะได้ไม่เป็นมาก

ครับความเชื่อดังกล่าวนั้นไม่ค่อยถูกต้องครับ อาการเจ็นคอ ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากเชื้อไวรัส คือ กลุ่มเดียวกับโรคหวัดนั้นเองครับ ซึ่งเชื้อไวรัสนี้ ไม่ต้องรับประทานยาแก้อักเสบครับ ไม่เกี่ยวกัน มันจะหายได้เองใน 5-7วัน ขอเพียงให้เราพักผ่อนเยอะๆ

ส่วน น้อยครับที่เกิดจากเชื่อแบคทีเรียที่ชื่อ สเตรปโตคอคคัส ซึ่งต้องรับประทานยาแก้อักเสบปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิน เช่น อะมอคซี่ซิลลิน และต้องรับประทานติดต่อกันครบ 7-10 วันด้วยครับ

   แนวทางปฏิบัติง่ายๆมีดังนี้ครับ

     1.ถ้ามีอาการเจ็บคอไม่มากหรือแค่เคืองๆ ร่วมกับ น้ำมูกใสๆไหล เสียงแหบ ไอคันคอมีเสมหะ ไม่มีไข้หรือต่ำๆ มักเป็นกลุ่มไข้หวัดครับ ไม่ต้องรับประทานยาแก้อักเสบ ให้รับประทานยาตามอาการสามัญประจำบ้าน เช่น ปวดศีรษะหรือมีไข้ ทานยาพาราเซตตามอล(Paracetamol), มีน้ำมูกใส จาม ทานยาลดน้ำมูก, ไอคันคอ ทานยาแก้ไอเม็ดหรือน้ำก็ได้และดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ประมาณ1สัปดาห์ก็จะหาย

     2.ถ้ามีอาการ ดังต่อไปนี้ได้แก่ เจ็บคอมากๆกลืนน้ำลายก็เจ็บ+มีไข้สูง+ไม่ไอไม่มีน้ำมูก อันนี้ละครับอาจต้องรับประทานยาแก้อักเสบ แนะนำพบคุณหมอครับจะดีกว่าไปซื้อยาตามร้านยา เพราะว่าต้องให้คุณหมอตรวจดูในคอหอยครับว่ามีการติดเชื้อเป็นหนองหรือไม่ ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะจะเป็นตัวตัดสินว่าต้องรับประทานยาแก้อักเสบปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลิ นหรือไม่? พร้อมกับถามประวัติการแพ้ยาครับเพราะถ้าแพ้ยากลุ่มนี้ต้องหลีกเลี่ยงไปใช้ ยากลุ่มอื่นแทน และการรับประทานยาต้องทานติดต่อกันจนครบ 7-10วัน มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องได้ครับ คือเชื้อลุกลาม หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนไปที่หัวใจและไตได้ครับ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยครับ

     3.ถ้า อาการเหมือนไข้หวัดในข้อ1 ไปแล้วประมาณ1สัปดาห์ทานยาตามอาการแล้วไม่ดีขึ้น เช่น มีไข้สูง น้ำมูกเขียวมาก ให้ไปพบคุณหมอนะครับจะได้ตรวจดูอีกทีว่าหวัดที่เป็นมันกลายเป็นไซนัสอักเสบ หรือป่าวครับ

     สรุปว่า เจ็บคอทุกครั้งไม่จำเป็นต้องทานยาแก้อักเสบเป็นประจำครับ ขอเพียงให้ทราบว่าเรามีอาการในลักษณะแบบข้อ1หรือ2 ถ้าไม่แน่ใจพบคุณหมอดีที่สุดครับ ผลเสียอีกประการหนึ่งคือ การดื้อยา และ ผลข้างเคียงของยาซึ่งเกิดจากการใช้ยาแก้อักเสบมากเกินความจำเป็นครับ
แมลงปอ
# โพสเมื่อ 5 ม.ค. 2554
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
  • ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ แล้วคุณลำบากหาข้อมูลไหมเยอะจัง
หมวย
# โพสเมื่อ 8 มิ.ย. 2554
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
ขอบพระคุณมาก ๆ คะ ได้รับข้อมูลที่ดีมากคะ กำลังเจ็บคอ จะนำไปปฏิบัติตามที่แนะนำคะ ขอบคุณอีกครั้ง
momay
# โพสเมื่อ 16 มิ.ย. 2554
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
ใช้ได้ผลไหมค่ะ

ชงชงชงลง
# โพสเมื่อ 13 ธ.ค. 2554
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
 ขอบใจจร้า
panda (แพนด้า)
# โพสเมื่อ 20 ก.ค. 2555
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
เจ็บคอแนะนำ propoliz spray เลยครับ ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก พ่นฟุ่ดๆ ใช้แก้เจ็บคอดีมากครับ ลองดูๆ
1

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home